【】
发帖时间:2026-07-15 04:56:59
วันนี้ (12 ก.ค.) เวลา 13.30 น. ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้จัดการประชุมและสัมมนาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) โดยในช่วงบ่าย เป็นการประชุมในกรอบการขับเคลื่อนงานฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อกำหนดทิศทางการทำงานในสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะมาถึง นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยแกนนำ สส. และคณะทำงานของพรรคอย่างพร้อมเพรียง เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดทำร่างกฎหมายสำคัญและการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะนำเทคโนโลยีและระบบฐานข้อมูลสมัยใหม่เข้ามาใช้อย่างเต็มรูปแบบในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร
ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำเสนอความคืบหน้าและการยกระดับประสิทธิภาพของแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ซึ่งเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI Platform) ที่พรรคพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือของกลุ่มอาสาสมัครคนรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านข้อมูล (Data Technologist) แพลตฟอร์มดังกล่าวทำหน้าที่รวบรวมและประมวลผลข้อมูลเปิดภาครัฐ (Open Government Data) ทั้งงบประมาณแผ่นดินประจำปี งบรายกระทรวง และงบประมาณในวาระพิเศษต่างๆ นำมาวิเคราะห์ความเชี่ยวชาญและรูปแบบ (Pattern) ความเชื่อมโยงข้ามกระทรวงได้อย่างเป็นระบบ เพื่อตรวจสอบติดตามการใช้เงินภาษีของประชาชนให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด
ดร.การดี เปิดเผยว่า จากการใช้แพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” เอ็กซเรย์ข้อมูลในเบื้องต้น พบความผิดปกติเชิงสถิติในโครงการที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ของหน่วยงานรัฐหลายแห่ง โดยพบว่ามีโครงการมากกว่าร้อยละ 70 กระจุกตัวอยู่ในมือของกลุ่มบริษัทเอกชนเพียง 3 บริษัทที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่ขั้นกระบวนการสืบราคากลางไปจนถึงการเข้าร่วมประมูล มีลักษณะการเอื้อประโยชน์แยกตามกระทรวงที่พรรคการเมืองต่างๆ กำกับดูแล และปัจจุบันขยายผลกลายเป็นงบประมาณผูกพันต่อเนื่องระยะยาว 3-5 ปีในการซ่อมบำรุงระบบ (M&A) รวมมูลค่ากว่า 30,ปชปจัดประชุมนอกสถานที่เตรียมความพร้อมจัดทำร่างกมสำคัญ000 ล้านบาท จากการตรวจสอบระบบหลังบ้านของโครงการดิจิทัลและแพลตฟอร์มการเรียนรู้บางประเภทที่ใช้งบประมาณนับพันล้านบาท รัฐตั้งเป้าหมายรองรับผู้ใช้งานไว้สูงถึง 600,000 คน แต่ในความเป็นจริงกลับมีผู้เข้าใช้งานจริงเพียง 69 คนเท่านั้น สะท้อนถึงปัญหาการคอร์รัปชันอย่างถูกระเบียบ ที่ตรวจรับงานตามเอกสารแต่ไม่ได้ผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติจริง
นอกจากนี้ ดร.การดี ยังระบุถึงแนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์มส่องรัฐในระยะต่อไปว่า พรรคกำลังพุ่งเป้าไปที่การสืบค้นบัญชีนวัตกรรมและรายงานนวัตกรรมของภาครัฐ ซึ่งพบพฤติกรรมส่อทุจริตในลักษณะเดียวกับโครงการจัดซื้อจัดจ้างวิธีเฉพาะเจาะจงโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการประกวดราคา (E-Bidding) ปัจจุบันพบรายชื่อบริษัทเจ้าเดิมๆ ขึ้นบัญชีนวัตกรรมที่หลากหลายเกินขีดความสามารถที่แท้จริง ตั้งแต่เสาไฟฟ้าชนิดยืดหดได้ ระบบโซลาร์เซลล์ เครื่องกรองอากาศ ไปจนถึงเครื่องกำจัดขยะ อีกทั้งสินค้าในบัญชีดังกล่าวมักมีราคาสูงกว่าท้องตลาดทั่วไปเป็นเท่าตัว ยิ่งไปกว่านั้นยังพบขบวนการแอบอ้างตั้งตัวแทนจำหน่ายหลายบริษัทในเครือข่ายเดียวกันเพื่อให้ดูเสมือนเกิดการแข่งขันในตลาด พรรคประชาธิปัตย์จึงได้สั่งการให้กลไกของส่องรัฐเร่งแกะรอยกลุ่มที่อาจเรียกได้ว่าเป็น "มาเฟียนวัตกรรม" เหล่านี้ โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานและโซลาร์เซลล์ ซึ่งคาดหมายว่าจะมีการดึงงบประมาณจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ วงเงินกว่า 4 แสนล้านบาทในส่วนที่สองมาใช้จ่าย ซึ่งเป็นการเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบของกลไกสภาปกติ
ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเสริมถึงประเด็นดังกล่าวว่า หลักการเดิมของบัญชีนวัตกรรมมีเจตนารมณ์ที่ดีเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) คิดค้นสิ่งใหม่ๆ แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นช่องว่างทางกฎหมายในการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีพิเศษในราคาแพง อีกทั้งการโอนย้ายหน่วยงานกำกับดูแลบัญชีดังกล่าวจาก สวทช. ไปยังสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากหน่วยงานดังกล่าวมีอำนาจทั้งในส่วนของการร่วมทุน ให้ทุน และการขึ้นบัญชีในที่เดียวกัน จึงขอฝากให้รองหัวหน้าพรรคและคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามการกู้เงินฯ เพิ่มความระมัดระวังในการตรวจสอบ และพรรคจะใช้ฐานข้อมูลจากส่องรัฐนี้เป็นอาวุธสำคัญในเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมหน้า
.
ขณะที่ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวสรุปการสัมมนาในภาพรวมและประเมินผลการทำงานของพรรคว่า ขอขอบคุณ สส. และคณะทำงานทุกคนที่ทุ่มเททำงานอย่างหนักตลอดสมัยประชุมที่ผ่านมา ทั้งภารกิจในชั้นกรรมาธิการและภารกิจเชิงพื้นที่นอกสภา แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ในปัจจุบันจะมีกำลังพล สส. เพียง 21 เสียง แต่ด้วยความเป็นปึกแผ่นและบรรยากาศการทำงานที่เป็นหนึ่งเดียวกันในลักษณะ “ครอบครัวประชาธิปัตย์” ที่มีความสนิทสนม พึ่งพาอาศัย และให้เกียรติซึ่งกันและกัน โดยไม่มีการแบ่งแยกหรือแบ่งชนชั้นระหว่าง สส. บัญชีรายชื่อ กับ สส. ระบบเขต ทำให้พรรคขับเคลื่อนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง จนสามารถพิสูจน์ให้สาธารณชนเห็นว่าการทำหน้าที่ฝ่ายค้านของพรรคประชาธิปัตย์มีน้ำหนักและความน่าเชื่อถืออย่างมากในสายตาประชาชน
.
เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวสรุปทิศทางในอนาคตว่า ศึกนิติบัญญัติในสมัยประชุมข้างหน้าถือเป็นงานที่ท้าทายและต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ เนื่องจากฝ่ายบริหารยังคงมีจุดบกพร่องและปัญหาสั่งสมอยู่หลายมิติ พรรคประชาธิปัตย์จำเป็นต้องทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงในการปกป้องผลประโยชน์และดับทุกข์ให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างเข้มข้นขึ้น โดยฝ่ายยุทธศาสตร์ของพรรคจะปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงานมุ่งเน้นการลงพื้นที่ภาคสนามและบูรณาการงานเชิงพื้นที่ (Ground War) มากขึ้น ดังเช่นนิมิตหมายอันดีของการจัดสัมมนานอกสถานที่ที่หาดใหญ่ในครั้งนี้ และจะจัดให้มีขึ้นอย่างต่อเนื่องในจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ
.
"ผมในฐานะเลขาธิการพรรคได้รับบัญชาโดยตรงจากท่านหัวหน้าพรรคต่อหน้าสาธารณะในการดูแล สส. และทีมงานทุกคนให้ดีที่สุด พร้อมที่จะสู้อย่างสุดกำลังในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะงานในสภา หรือการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์ยุคนี้เราทำงานเป็นทีม เราจะไม่ปล่อยให้หัวหน้าพรรคต้องเดินหน้าลุยเดี่ยวอย่างโดดเดี่ยว ความเป็นครอบครัวที่แน่นแฟ้นนี้คือจุดแข็งที่หลายพรรคการเมืองไม่มี จึงขอให้ทุกคนรักษามาตรฐานและจุดเด่นนี้ไว้ และขอยืนยันว่าพร้อมนำทัพ 21 เสียงสู้ทุกรูปแบบในสมัยประชุมหน้าเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน" นายชัยวุฒิ กล่าวในที่สุด